ตลาดปัญญาประดิษฐ์ของไทยกำลังเข้าสู่ช่วงเติบโตแบบก้าวกระโดด รายงานฉบับล่าสุดชี้ว่ามูลค่าตลาด AI ไทยจะขยายตัวเฉลี่ยปีละ 41.5% และพุ่งแตะระดับ 18,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐภายในปี 2030 ทำให้ไทยกลายเป็นหนึ่งในตลาด AI ที่โตเร็วที่สุดในภูมิภาคอาเซียน สวนทางกับภาพจำเดิมที่มองว่าไทยเป็นเพียงผู้ตามในเวทีเทคโนโลยีโลก
ตัวเลขที่บอกทิศทาง
อัตราเติบโต 41.5% ต่อปีถือว่าสูงกว่าค่าเฉลี่ยของหลายประเทศในภูมิภาค และสะท้อนว่าการลงทุนด้าน AI ในไทยไม่ได้กระจุกอยู่แค่บริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่อีกต่อไป แต่ไหลลงสู่ภาคธุรกิจจริง ทั้งค้าปลีก การเงิน การผลิต และบริการภาครัฐ
75% ของคนไทยใช้ AI แล้ว
ตัวเลขที่น่าสนใจไม่แพ้มูลค่าตลาดคือสัดส่วนผู้ใช้งาน เมื่อราว 75% ของคนไทยระบุว่าเคยใช้เครื่องมือ AI ในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นแชตบอต ผู้ช่วยเขียนงาน หรือฟีเจอร์ AI ที่ฝังอยู่ในแอปที่ใช้อยู่แล้ว อัตราการยอมรับระดับนี้จัดว่าสูงมากเมื่อเทียบกับหลายชาติที่มีเศรษฐกิจใหญ่กว่า และเป็นรากฐานสำคัญที่ทำให้ตลาดฝั่งผู้บริโภคเติบโตต่อเนื่อง
ทำไมไทยจึงโตเร็วที่สุดในอาเซียน
ปัจจัยหนุนมาจากหลายด้านพร้อมกัน ทั้งโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลที่พัฒนาต่อเนื่อง อัตราการเข้าถึงสมาร์ตโฟนและอินเทอร์เน็ตที่สูงติดอันดับโลก และประชากรที่คุ้นเคยกับการใช้แพลตฟอร์มออนไลน์เป็นทุนเดิม เมื่อรวมกับนโยบายผลักดันเศรษฐกิจดิจิทัลของภาครัฐ ตลาดจึงมีทั้งฝั่งอุปสงค์และอุปทานที่พร้อมขยายตัว
ช่องว่างที่เป็นทั้งโอกาสและโจทย์
แม้ตัวเลขจะสวยงาม แต่ความท้าทายยังชัดเจน เครื่องมือ AI ส่วนใหญ่ยังพัฒนาบนฐานภาษาอังกฤษ ทำให้ประสิทธิภาพกับภาษาไทยและบริบทท้องถิ่นยังไม่เต็มร้อย ขณะที่บุคลากรทักษะ AI ในประเทศยังขาดแคลน และประเด็นกำกับดูแลด้านข้อมูลและความปลอดภัยยังต้องเร่งวางกรอบให้ทันการเติบโต
ความหมายต่อระบบนิเวศ AI ไทย
การเติบโตระดับนี้เปิดพื้นที่ให้ผู้เล่นในประเทศ โดยเฉพาะสตาร์ตอัปและทีมวิจัยที่โฟกัสภาษาไทยโดยตรง ตลาดที่ขยายเร็วหมายถึงความต้องการโมเดล เครื่องมือ และบริการที่ “เข้าใจคนไทย” อย่างแท้จริงจะเพิ่มตามไปด้วย ความได้เปรียบจึงไม่ได้อยู่ที่ใครมีโมเดลใหญ่ที่สุด แต่อยู่ที่ใครทำให้ AI ทำงานกับภาษาและวัฒนธรรมไทยได้ดีที่สุด นี่คือช่วงเวลาที่การลงทุนกับ AI สัญชาติไทยมีเหตุผลทางเศรษฐกิจรองรับชัดเจนกว่าที่เคยเป็นมา
บทความที่เกี่ยวข้อง: