ซัมซุงสำเร็จ Tape-out ชิป AI รุ่นใหม่ให้เทสลา ด้วยกระบวนการ 2 นาโนเมตร พร้อมเดินสายผลิตมวลชนปี 2027
ความเคลื่อนไหวครั้งสำคัญในวงการเซมิคอนดักเตอร์ ซัมซุงได้ประกาศว่าประสบความสำเร็จในการ “tape-out” (การส่งแบบชิปไปยังโรงงานผลิตครั้งสุดท้ายก่อนเริ่มผลิตจริง) ชิปประมวลผลปัญญาประดิษฐ์รุ่นใหม่สำหรับบริษัทเทสลา ภายใต้กระบวนการผลิตขนาด 2 นาโนเมตร (2nm) ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญที่แสดงศักยภาพของซัมซุงในการแข่งขันกับผู้นำตลาดอย่างทีเอ็มเอสซี (TSMC) โดยเฉพาะในกลุ่มลูกค้าชิป AI ระดับสูง
ชิป AI5 ที่พัฒนาให้เทสลา ถือเป็นหนึ่งในโปรเจกต์สำคัญที่สุดของซัมซุงในปีนี้ หลังจากที่บริษัทพยายามยกระดับความสามารถในการผลิตชิปขั้นสูงเพื่อแย่งชิงลูกค้ารายใหญ่จากคู่แข่ง โดยเฉพาะเทสลา ซึ่งเคยพึ่งพา TSMC มาโดยตลอดในการผลิตชิป AI สำหรับระบบขับขี่อัตโนมัติ (FSD)
การใช้กระบวนการ 2nm บนชิป AI5 หมายความว่า ซัมซุงสามารถผลิตชิปที่มีประสิทธิภาพสูงขึ้น ใช้พลังงานน้อยลง และมีความหนาแน่นของทรานซิสเตอร์มากกว่ารุ่นก่อนหน้า ซึ่งเป็นข้อได้เปรียบสำคัญในโลกของ AI ที่ต้องการการประมวลผลข้อมูลปริมาณมหาศาลอย่างรวดเร็วและประหยัดพลังงาน
แม้จะยังไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดเชิงเทคนิคของชิป AI5 อย่างเป็นทางการ แต่แหล่งข่าววงในระบุว่า ชิปนี้ออกแบบมาเพื่อรองรับงาน AI ที่ซับซ้อน เช่น การเรียนรู้ของเครื่อง (machine learning) สำหรับรถยนต์ไร้คนขับ และอาจมีสถาปัตยกรรมเฉพาะที่พัฒนาขึ้นร่วมกับทีมวิจัยของเทสลา เพื่อให้เหมาะสมกับระบบที่ใช้งานจริง
ซัมซุงวางแผนจะเริ่มดำเนินการผลิตจำนวนมาก (mass production) ชิป AI5 นี้ในปี 2027 ซึ่งถือเป็นแผนระยะยาวที่ชัดเจน และสะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการขยายฐานลูกค้าในตลาดชิป AI ที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะเมื่อเทียบกับ TSMC ที่ยังคงครองตำแหน่งผู้นำ แต่เผชิญกับแรงกดดันจากการแข่งขันที่รุนแรงขึ้น
การคว้าโครงการสำคัญจากเทสลา ถือเป็นก้าวสำคัญที่อาจเปลี่ยนแปลงโครงสร้างตลาดชิป AI ได้ เพราะหากซัมซุงสามารถรักษาคุณภาพและเสถียรภาพของผลิตภัณฑ์ได้ตามมาตรฐานระดับโลก จะทำให้เทสลามีทางเลือกในการผลิตชิปนอกเหนือจาก TSMC ซึ่งอาจส่งผลต่ออำนาจต่อรองในอนาคต
ทั้งนี้ ซัมซุงยังมีแผนขยายกำลังการผลิตในโรงงานผลิตชิปที่เมืองอุลซาน ประเทศเกาหลีใต้ และกำลังลงทุนหลายหมื่นล้านดอลลาร์เพื่อพัฒนาเทคโนโลยี 2nm และ 1.4nm ในอนาคต พร้อมกับร่วมมือกับบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำหลายราย เพื่อก้าวขึ้นเป็นผู้ผลิตชิป AI รายใหญ่อันดับสองของโลก
การบรรลุผลสำเร็จในครั้งนี้ จึงไม่ใช่แค่เรื่องของเทคโนโลยี แต่ยังเป็นสัญญาณชัดเจนว่า สงครามการแข่งขันด้านชิป AI ไม่ได้มีแค่ TSMC กับซัมซุง แต่ยังมีการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างอำนาจในอุตสาหกรรมที่อาจพลิกโฉมได้ในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า