Apple Intelligence เดินหน้าในจีน ผ่าน CAC อนุมัติ ใช้ Qwen ของ Alibaba ครอบคลุมอุปกรณ์ทุกตัว
หลังจากรอคอยมานาน แอปเปิลประกาศความสำเร็จสำคัญในการขยายศักยภาพ AI ภายในตลาดจีน เมื่อระบบ Apple Intelligence ได้รับการอนุมัติอย่างเป็นทางการจากสำนักงานบริหารพื้นที่ไซเบอร์แห่งชาติจีน (CAC) ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญที่ช่วยให้บริการ AI ของแอปเปิลสามารถเปิดใช้งานได้อย่างเต็มรูปแบบในประเทศจีนแล้ว โดยเฉพาะในอุปกรณ์ระดับพรีเมียมอย่าง iPhone, iPad, Mac และ Apple Vision Pro
สิ่งที่น่าสนใจคือ แม้ชื่อจะว่า “Apple Intelligence” แต่ระบบนี้กลับใช้เทคโนโลยี AI ภายในจาก Alibaba Cloud ผ่านโมเดล Qwen ซึ่งเป็นหนึ่งในโมเดลภาษาขนาดใหญ่ (LLM) ที่พัฒนาขึ้นเองโดย Alibaba นับเป็นการร่วมมือครั้งสำคัญระหว่างสองยักษ์เทคโนโลยีจากตะวันออกและตะวันตก ที่สะท้อนให้เห็นถึงความจำเป็นในการปรับโมเดลธุรกิจให้สอดคล้องกับกฎระเบียบและบริบทของตลาดเฉพาะประเทศ
Apple Intelligence ในจีนจะครอบคลุมบริการ AI บนเครื่อง (on-device AI) จำนวน 7 ด้าน ได้แก่ การแปลภาษาแบบเรียลไทม์ การจัดการอีเมลอัตโนมัติ การสร้างเนื้อหาด้วยเสียง การช่วยเขียนข้อความ การตรวจจับภาพในกล้อง ฟีเจอร์ช่วยเหลือผู้ใช้ในแอปพลิเคชันต่าง ๆ และการประมวลผลเสียงที่ปรับให้เหมาะสมกับผู้ใช้ในพื้นที่จีน โดยทั้งหมดนี้ดำเนินการภายในอุปกรณ์ ไม่ส่งข้อมูลไปยังเซิร์ฟเวอร์ภายนอก ซึ่งสอดคล้องกับมาตรการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของจีนอย่างเข้มงวด
การอนุมัติจาก CAC ถือเป็นกุญแจสำคัญที่เปิดประตูให้แอปเปิลกลับมาแข่งขันในตลาดจีนได้อย่างเต็มตัวอีกครั้ง หลังจากที่หลายปีที่ผ่านมา บริการ AI ของแอปเปิลถูกจำกัดหรือไม่สามารถใช้งานได้ในประเทศนี้ เนื่องจากข้อกำหนดด้านความปลอดภัยไซเบอร์และข้อมูลส่วนบุคคลที่เข้มงวด
ผลกระทบทางการเงินสะท้อนออกมาทันที เมื่อหุ้น Alibaba (9988.HK) พุ่งขึ้นกว่า 3.5% ภายในวันเดียว นักวิเคราะห์มองว่าความร่วมมือกับแอปเปิลถือเป็นการยืนยันศักยภาพของเทคโนโลยี AI ของจีนในเวทีโลก และเป็นเครื่องหมายชัดเจนว่า แม้บริษัทเทคโนโลยีระดับโลกอย่างแอปเปิล ก็จำเป็นต้องปรับโมเดลการดำเนินงานให้เข้ากับสภาพแวดล้อมทางกฎหมายและวัฒนธรรมของแต่ละตลาด โดยเฉพาะในจีน ที่มีความเข้มงวดสูงสุดในโลก
ทั้งนี้ ความร่วมมือครั้งนี้ไม่เพียงแต่เปิดโอกาสให้ผู้ใช้ชาวจีนได้สัมผัสประสบการณ์ AI ที่ล้ำสมัย แต่ยังเป็นสัญญาณชัดเจนว่า อนาคตของเทคโนโลยี AI จะไม่ใช่การแข่งขันแบบ “ยุโรป vs อเมริกา” เพียงอย่างเดียว แต่จะกลายเป็นการประสานงานข้ามภูมิภาค ท่ามกลางความหลากหลายของกฎเกณฑ์และวัฒนธรรมดิจิทัล
บทความที่เกี่ยวข้อง: