ตลาดหุ้นเซมิคอนดักเตอร์สหรัฐฯ ถูกกดดันหนัก หลังดัชนี Philly Semiconductor Index ร่วง 4% เข้าสู่ภาวะ technical bear market
ความผันผวนของตลาดเทคโนโลยีเร่งตัว หลังดัชนีเซมิคอนดักเตอร์ใหญ่ที่สุดในสหรัฐฯ ดิ่งลงอย่างรุนแรง ทำให้เข้าสู่ภาวะ bear market ทางเทคนิค โดยดัชนี Philly Semiconductor Index ร่วงลง 4% ในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา ซึ่งถือเป็นสัญญาณเตือนว่าความเชื่อมั่นในกลุ่มหุ้นเทคโนโลยี ที่เคยร้อนแรงจากกระแส AI กำลังเริ่มอ่อนแรง
ปัจจัยสำคัญที่ผลักดันให้ตลาดร่วงคือความกังวลเกี่ยวกับการใช้จ่ายด้าน AI ของบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ 4 ราย ได้แก่ Amazon, Microsoft, Google และ Meta ซึ่งคาดว่าจะใช้เงินไปกว่า 725 พันล้านดอลลาร์ในปีนี้ เพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน AI และระบบประมวลผลขั้นสูง แม้จะเป็นจำนวนมหาศาล แต่ตลาดเริ่มตั้งคำถามว่า ค่าใช้จ่ายขนาดนี้จะส่งผลต่อผลประกอบการในระยะยาวหรือไม่ เพราะยังไม่มีหลักฐานชัดเจนว่าการลงทุนดังกล่าวจะแปลงเป็นรายได้หรือกำไรที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
ขณะเดียวกัน ธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ก็ยังคงแสดงท่าทีระมัดระวัง โดย Dallas Fed President Lorie Logan ออกมาส่งสัญญาณว่าอาจมีการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในอนาคต หากเศรษฐกิจยังคงแข็งแกร่งและเงินเฟ้อยังไม่คลี่คลายอย่างมั่นคง ซึ่งเป็นแรงกดดันเพิ่มเติมให้กับหุ้นเทคโนโลยีที่มักได้รับผลกระทบจากดอกเบี้ยสูง
นอกจากนี้ ข้อมูลจากกองทุนเฮดจ์ฟันด์ระบุว่า นักลงทุนสถาบันเริ่มลดสัดส่วนการถือครองหุ้น AI ลงอย่างต่อเนื่อง สะท้อนความระมัดระวังในความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นจากการประเมินมูลค่าหุ้นที่สูงเกินจริง และความไม่แน่นอนของผลตอบแทนในอนาคต
นักวิเคราะห์มองว่า ตลาดอาจกำลังเผชิญกับช่วงเปลี่ยนผ่านจาก “ยุคทองของ AI” ไปสู่ “ยุคทดสอบผลประกอบการ” โดยที่นักลงทุนเริ่มตั้งคำถามว่า ความสำเร็จในด้านเทคโนโลยีจะสามารถแปลงเป็นผลกำไรได้อย่างไรในระยะยาว แม้จะมีความก้าวหน้าทาง AI อย่างต่อเนื่อง แต่หากไม่มีการเติบโตของรายได้ที่ตามมา การลงทุนมหาศาลอาจกลายเป็นภาระแทนที่จะเป็นพลังขับเคลื่อน
ทั้งนี้ นักวิเคราะห์บางรายยังมองว่า แม้ตลาดจะผันผวนในระยะสั้น แต่แนวโน้มการใช้ AI ในภาคธุรกิจยังคงขยายตัวอย่างต่อเนื่อง จึงอาจเป็นโอกาสในการเข้าซื้อหุ้นที่ถูกขายออกเกินจริงในช่วงขาลง อย่างไรก็ดี นักลงทุนควรติดตามข้อมูลผลประกอบการของบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่ในไตรมาสแรกของปีนี้อย่างใกล้ชิด เพื่อประเมินความยั่งยืนของการเติบโตในยุค AI อย่างรอบด้าน
บทความที่เกี่ยวข้อง: