รัฐบาลไทยประกาศแผนลงทุนครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ด้านปัญญาประดิษฐ์ ด้วยงบประมาณ 250,000 ล้านบาท เพื่อจัดตั้งศูนย์ AI จำนวน 10 แห่งกระจายทั่วประเทศ ภายใต้ยุทธศาสตร์ปัญญาประดิษฐ์แห่งชาติ (National AI Strategy) หวังยกระดับไทยให้เป็นศูนย์กลาง AI ของภูมิภาคอาเซียนภายในทศวรรษนี้
กระจายศูนย์สู่ทุกภูมิภาค
แผนดังกล่าวจะไม่กระจุกตัวอยู่แค่กรุงเทพฯ แต่วางเป้าครอบคลุมทุกภาคของประเทศ เพื่อลดช่องว่างทางเทคโนโลยีระหว่างเมืองหลวงกับต่างจังหวัด และสร้างระบบนิเวศ AI ที่เข้าถึงได้จริงในระดับท้องถิ่น
ศูนย์ข้อมูลและโครงสร้างพื้นฐาน
หัวใจของแผนคือการสร้าง data center และคลัสเตอร์ GPU สมรรถนะสูงสำหรับฝึกและให้บริการโมเดลขนาดใหญ่ ลดการพึ่งพาโครงสร้างพื้นฐานจากต่างประเทศ ซึ่งที่ผ่านมาเป็นต้นทุนและข้อจำกัดสำคัญของนักพัฒนาไทย รวมถึงการวางระบบพลังงานสะอาดรองรับการใช้ไฟฟ้ามหาศาลของศูนย์คำนวณ
ศูนย์วิจัยและพัฒนากำลังคน
อีกส่วนหนึ่งของงบจะทุ่มให้ศูนย์วิจัยเฉพาะทาง ทั้งด้านการแพทย์ การเกษตร การท่องเที่ยว และภาษาไทย พร้อมโครงการอัปสกิลบุคลากรหลายแสนคน เพื่อแก้ปัญหาการขาดแคลนวิศวกร AI และนักวิทยาศาสตร์ข้อมูลที่เป็นคอขวดของอุตสาหกรรม
ครอบคลุมทุกภาคส่วน
รัฐบาลระบุว่าศูนย์ทั้ง 10 แห่งจะเชื่อมโยงภาครัฐ ภาคเอกชน และสถาบันการศึกษาเข้าด้วยกัน โดยเปิดให้สตาร์ตอัปและ SME เข้าถึงทรัพยากรคำนวณและชุดข้อมูลได้ในราคาที่เอื้อมถึง ตั้งเป้าให้เกิดการนำ AI ไปใช้จริงในภาคบริการสาธารณะ เช่น ระบบสาธารณสุข การศึกษา และการบริหารเมือง
โอกาสของ AI สัญชาติไทย
สำหรับวงการ AI ภาษาไทยโดยเฉพาะ แผนนี้อาจเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ เพราะโครงสร้างพื้นฐานการคำนวณในประเทศจะช่วยให้การพัฒนาโมเดลภาษาไทยแบบโอเพ่นซอร์สทำได้ถูกลงและเร็วขึ้น ลดการพึ่งพาคลาวด์ต่างชาติที่ทั้งแพงและมีข้อจำกัดด้านอธิปไตยข้อมูล
อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์เตือนว่าความสำเร็จไม่ได้อยู่ที่เม็ดเงินเพียงอย่างเดียว แต่ขึ้นอยู่กับการบริหารจัดการที่โปร่งใส การวางมาตรฐานข้อมูลที่ใช้ร่วมกันได้ และความต่อเนื่องของนโยบายข้ามรัฐบาล หากทำได้จริง ไทยก็มีโอกาสก้าวขึ้นเป็นผู้เล่นตัวจริงด้าน AI ในเวทีภูมิภาค แทนที่จะเป็นเพียงผู้ใช้เทคโนโลยีจากประเทศอื่น
บทความที่เกี่ยวข้อง: