AI จีนเผชิญวิกฤต: Apollo Go จอดเสียเพียบ ขณะที่ Baidu ถูกแซงหน้าโดย ByteDance
Baidu ล้มเหลวต่อเนื่อง ระบบขับขี่อัตโนมัติ Apollo Go จอดเสียเป็นก้อนในเหอเป่ย์
ภาพถ่ายจากถนนในเมืองอู่ฮั่น ซึ่งเผยแพร่บนโซเชียลมีเดียเมื่อเร็วๆ นี้ แสดงให้เห็นรถแท็กซี่ไร้คนขับของ Baidu อย่าง Apollo Go จอดนิ่งอยู่กลางถนนหลายคันพร้อมกัน บางคันมีไฟเตือนกระพริบ หรือแสดงข้อความผิดพลาด “ระบบล่ม” หรือ “รอการเชื่อมต่อใหม่” สถานการณ์ดังกล่าวสะท้อนปัญหาความไม่มั่นคงของเทคโนโลยีขับขี่อัตโนมัติระดับ L4 ที่ Baidu ยังไม่สามารถควบคุมได้อย่างมีประสิทธิภาพ แม้จะเปิดให้บริการมาแล้วกว่า 3 ปี
เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจาก Baidu ประกาศแผนขยายเครือข่าย Apollo Go ไปยังเมืองใหญ่หลายแห่งทั่วประเทศ แต่กลับต้องถอนตัวจากหลายพื้นที่เนื่องจากปัญหาด้านเทคนิคและต้นทุนที่สูงเกินไป แหล่งข่าววงในระบุว่า ปัจจุบัน Apollo Go ยังคงมีจำนวนรถที่ใช้งานจริงน้อยกว่าครึ่งหนึ่งของเป้าหมายที่วางไว้ และมีอัตราการหยุดชะงักเฉลี่ยมากกว่า 15% ต่อวัน
งบ 5 พันล้านหยวน แต่ไม่ช่วยให้ “Baidu AI” ติดตลาด
ในปี 2023 Baidu ใช้งบประมาณกว่า 5 พันล้านหยวน (ราว 2.5 หมื่นล้านบาท) เพื่อโปรโมตผลิตภัณฑ์ AI อย่าง Wenxin Yiyan ซึ่งถือเป็นโมเดลภาษาขนาดใหญ่ (LLM) รุ่นแรกของบริษัท แต่ผลลัพธ์กลับไม่เป็นไปตามคาด แม้จะมีการลงทุนมหาศาลในโฆษณา คอนเทนต์ และแคมเปญการตลาด แต่ Wenxin Yiyan กลับไม่สามารถคว้าส่วนแบ่งตลาดได้เท่าที่ควร โดยเฉพาะเมื่อต้องแข่งกับโมเดลของบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่ เช่น ByteDance ที่มี Douyin และ Toutiao สนับสนุนการใช้งาน AI อย่างต่อเนื่อง
ปัจจุบัน ByteDance ถือครองส่วนแบ่งตลาด AI สำหรับการสร้างเนื้อหาและบริการลูกค้าออนไลน์ได้สูงสุดในจีน ขณะที่ Alibaba และ Tencent ก็เร่งพัฒนาโมเดลของตนเองอย่างต่อเนื่อง ทำให้ Baidu ที่เคยเป็นผู้นำด้าน AI ในยุคแรกๆ กลับถูกแซงหน้าอย่างรวดเร็ว
Robin Li ปรับกลยุทธ์ หันมาเน้น “AI + รถยนต์” แทนการแข่งขันโมเดลภาษา
ในงานประชุมผู้ถือหุ้นประจำปี ร็อบบิน หลี่ ซีอีโอของ Baidu ได้ยอมรับว่า บริษัทต้องเปลี่ยนแปลงแนวทางการดำเนินงาน โดยเลิกแข่งขันด้านโมเดลภาษาขนาดใหญ่ที่มีต้นทุนสูงและผลตอบแทนช้า แต่หันมาโฟกัสที่การผสาน AI เข้ากับอุตสาหกรรมยานยนต์ ผ่านโครงการ Apollo ที่มุ่งพัฒนาเทคโนโลยีขับขี่อัตโนมัติระดับ L4 พร้อมกับสร้างระบบนิเวศของรถยนต์อัจฉริยะที่เชื่อมโยงกับโครงสร้างพื้นฐานเมือง
“เราต้องเลือกจุดแข็งของเรา แทนที่จะพยายามไล่ตามทุกอย่าง เราจะโฟกัสที่การขับเคลื่อนยานยนต์อัตโนมัติอย่างแท้จริง” ร็อบบิน หลี่ กล่าวในงานประชุม
แม้จะมีความหวังว่าการปรับกลยุทธ์ครั้งนี้จะช่วยฟื้นฟูภาพลักษณ์ของ Baidu ในตลาด AI แต่ก็ยังต้องเผชิญกับความท้าทายครั้งใหญ่ เพราะคู่แข่งไม่ได้หยุดนิ่ง และความเชื่อมั่นของผู้บริโภคต่อเทคโนโลยีไร้คนขับก็ยังต้องอาศัยเวลาในการสร้าง
บทความที่เกี่ยวข้อง: