Apple ฟ้อง OpenAI ละเมิดความลับทางการค้า หลังพนักงานกว่า 400 คนย้ายทีม
Apple ยื่นฟ้อง OpenAI อย่างเป็นทางการในศาลรัฐบาลกลางสหรัฐฯ ข้อหาละเมิดความลับทางการค้าอย่างเป็นระบบ โดยอ้างว่าบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่รายหนึ่งได้ดึงดูดบุคลากรจาก Apple จำนวนมากไปทำงานในตำแหน่งสำคัญ โดยเฉพาะในสายฮาร์ดแวร์และวิศวกรรม ซึ่งถือเป็นข้อมูลลับที่มีมูลค่าสูง
กรณีดังกล่าวเริ่มต้นจากการที่ Apple พบว่ามีพนักงานกว่า 400 คนจากแผนกฮาร์ดแวร์และวิศวกรรมของบริษัทเดินทางไปทำงานกับ OpenAI อย่างต่อเนื่องในช่วงสองปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะในตำแหน่งผู้บริหารระดับสูง เช่น Tang Yew Tan อดีตรองประธานฝ่ายฮาร์ดแวร์ของ Apple ที่ลาออกเพื่อร่วมงานกับ OpenAI อย่างเป็นทางการ
ในเอกสารฟ้องร้อง Apple อ้างว่า OpenAI ไม่เพียงแต่ดึงดูดบุคลากรจากคู่แข่งโดยตรง แต่ยังมีพฤติกรรมที่ “ผิดจรรยาบรรณ” โดยระบุว่า Tang Yew Tan ได้ถามผู้สมัครงานในระหว่างสัมภาษณ์งานว่า “สามารถนำชิ้นส่วนฮาร์ดแวร์จาก Apple มาแสดงได้หรือไม่” ซึ่งถือเป็นการกระตุ้นให้ผู้สมัครนำข้อมูลหรือสิ่งของที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ Apple ที่ยังไม่เปิดตัวมาแสดง ซึ่งอาจนำไปสู่การรั่วไหลของข้อมูลลับ
Apple ระบุว่า ข้อมูลเหล่านี้รวมถึงการออกแบบวงจร วัสดุที่ใช้ในผลิตภัณฑ์ และกระบวนการพัฒนาที่ยังไม่เผยแพร่ ซึ่งหากถูกนำไปใช้โดย OpenAI จะส่งผลกระทบต่อความสามารถในการแข่งขันของ Apple ในตลาดเทคโนโลยีระดับโลก โดยเฉพาะในด้านอุปกรณ์สวมใส่และอุปกรณ์ AI ที่กำลังพัฒนาอย่างรวดเร็ว
OpenAI ปฏิเสธข้อกล่าวหาทั้งหมดอย่างชัดเจน โดยระบุว่าการจ้างงานพนักงานจากบริษัทอื่นเป็นกระบวนการปกติในอุตสาหกรรมเทคโนโลยี และยืนยันว่าไม่มีการขอให้ผู้สมัครนำชิ้นส่วนผลิตภัณฑ์ใด ๆ มาแสดง พร้อมชี้ว่า Tang Yew Tan ไม่ได้มีบทบาทในการสัมภาษณ์หรือตัดสินใจด้านทรัพยากรมนุษย์ในตำแหน่งที่เกี่ยวข้องกับการรับสมัครงาน
แม้จะยังไม่มีคำตัดสินจากศาล แต่คดีนี้ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในวงการเทคโนโลยี เพราะสะท้อนถึงความตึงเครียดที่เพิ่มขึ้นระหว่างบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่กับผู้พัฒนา AI ที่พยายามขยายทีมงานอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะในด้านฮาร์ดแวร์ที่ถือเป็น “หัวใจสำคัญ” ของการพัฒนาอุปกรณ์ AI รุ่นใหม่
การฟ้องร้องครั้งนี้จึงไม่ใช่แค่เรื่องของความลับทางการค้า แต่ยังสะท้อนถึงการแข่งขันด้านทรัพยากรมนุษย์และการควบคุมข้อมูลที่ละเอียดอ่อนในยุค AI ที่กำลังเปลี่ยนแปลงโลกอย่างรวดเร็ว