ผู้เชี่ยวชาญระดับโลกเตือนภัย AI อาจเปลี่ยนแปลงเศรษฐกิจเร็วกว่าประวัติศาสตร์เคยเห็น
ผู้นำวงการวิจัย AI ร่วมกันเรียกร้อง “การกระทำทันที” เพื่อรับมือความเสี่ยงจากปัญญาประดิษฐ์
ในสัปดาห์ที่ผ่านมา กลุ่มนักวิชาการและผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีกว่า 200 คน รวมถึงนักวิจัยจากบริษัทชั้นนำอย่าง OpenAI, Anthropic และ Google DeepMind ได้ออกแถลงการณ์ร่วมเตือนถึงความเสี่ยงครั้งใหญ่ที่ปัญญาประดิษฐ์ (AI) อาจก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจอย่างรวดเร็ว จนล้ำหน้าการปฏิวัติอุตสาหกรรมในอดีตอย่างไอน้ำ ไฟฟ้า และคอมพิวเตอร์
แถลงการณ์ดังกล่าวลงนามโดยนักวิชาการชั้นนำมากกว่า 15 รางวัลโนเบล ซึ่งระบุชัดว่า ความก้าวหน้าของ AI กำลังเดินหน้าอย่างไม่หยุดยั้ง โดยเฉพาะในด้านการเรียนรู้ของเครื่อง (machine learning) และระบบอัตโนมัติที่สามารถทำงานแทนมนุษย์ได้ในหลายด้าน ตั้งแต่การเขียนโค้ด การวิเคราะห์ข้อมูล ไปจนถึงงานบริการและงานฝีมือ
ดร. แอนตัน คอรีเน็ก ศาสตราจารย์ด้านเศรษฐศาสตร์จากมหาวิทยาลัยเวอร์จิเนีย (UVA) ผู้ร่วมเขียนแถลงการณ์ กล่าวว่า “เราไม่สามารถรอให้เหตุการณ์เกิดขึ้นแล้วค่อยปรับตัวแบบ improvisation ได้อีกต่อไป การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้จะเกิดขึ้นเร็วกว่าที่ใครๆ คาดไว้ จนอาจทำลายโครงสร้างเศรษฐกิจและสังคมที่เราอาศัยอยู่มาหลายทศวรรษ”
เขาชี้ว่า แม้การปฏิวัติทางเทคโนโลยีในอดีตอย่างไอน้ำหรือคอมพิวเตอร์จะเปลี่ยนโลก แต่ก็ใช้เวลาหลายทศวรรษในการแพร่กระจายและปรับตัวของตลาดแรงงาน ขณะที่ AI อาจทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทั้งระบบภายในไม่กี่ปี ทำให้เกิดภาวะว่างงานโครงสร้าง (structural unemployment) อย่างรุนแรง โดยเฉพาะในกลุ่มคนทำงานที่มีทักษะเฉพาะทางหรืองานที่ทำซ้ำได้
นอกจากนี้ ผู้เชี่ยวชาญยังเรียกร้องให้มีการ “ดัดแปลงสถาบัน” ทั้งในระดับรัฐบาล ภาคเอกชน และองค์กรระหว่างประเทศ เพื่อรองรับความเปลี่ยนแปลงนี้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งในด้านนโยบายภาษี ระบบสวัสดิการ กฎหมายแรงงาน และการศึกษา พร้อมเน้นว่า ต้องมีการวางกรอบควบคุม AI อย่างโปร่งใส ปลอดภัย และมีจริยธรรม
“เราไม่ได้ต่อต้านเทคโนโลยี แต่เราต้องการให้เทคโนโลยีนี้เติบโตอย่างมีวินัย” แถลงการณ์ระบุ “หากไม่มีการวางแผนล่วงหน้า เราอาจเผชิญกับความเหลื่อมล้ำที่ลึกซึ้ง ความไม่มั่นคงทางเศรษฐกิจ และความไม่เชื่อมั่นในระบบสังคม”
การออกแถลงการณ์ครั้งนี้ถือเป็นสัญญาณเตือนที่ชัดเจนว่า วงการวิชาการและผู้นำด้านเทคโนโลยีเริ่มตระหนักถึงความจำเป็นในการร่วมมือกันออกแบบอนาคตที่ยั่งยืน แทนที่จะปล่อยให้ AI พัฒนาไปตามกระแสโดยไม่มีทิศทาง
บทความที่เกี่ยวข้อง: