Meta ถอนฟีเจอร์ AI สร้างภาพจากโปรไฟล์ Instagram หลังถูกวิพากษ์วิจารณ์ด้านสิทธิส่วนบุคคล
Meta บริษัทแม่ของ Facebook และ Instagram ประกาศหยุดให้บริการฟีเจอร์ปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่สามารถสร้างภาพเหมือนจริงของผู้ใช้งานจากโปรไฟล์ Instagram โดยไม่ต้องขออนุญาต หลังเปิดตัวได้เพียงไม่กี่วัน ซึ่งถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางในประเด็นเรื่องสิทธิส่วนบุคคลและข้อตกลงการใช้งาน (consent)
ฟีเจอร์ดังกล่าวถูกเปิดตัวในช่วงปลายเดือนมีนาคม 2568 ภายใต้โครงการทดลองของ Meta เพื่อทดสอบความสามารถของ AI ในการสร้างภาพตัวละครเสมือนจริง (digital avatars) หรือภาพเหมือนจริงจากข้อมูลภาพโปรไฟล์สาธารณะบน Instagram โดยผู้ใช้สามารถเลือกโปรไฟล์ของบุคคลอื่นเพื่อให้ระบบ AI สร้างภาพใหม่ที่ดูคล้ายกับบุคคลนั้นได้ แม้เจ้าของภาพจะไม่ได้ยินยอมล่วงหน้า
อย่างไรก็ตาม ความกังวลเรื่องจริยธรรมและกฎหมายด้านสิทธิ์ภาพถ่ายเริ่มลุกลามอย่างรวดเร็ว เมื่อผู้ใช้และนักวิเคราะห์ด้านเทคโนโลยีตั้งคำถามว่า การนำภาพส่วนตัวมาใช้โดยไม่ขออนุญาต แม้จะเป็นภาพสาธารณะ ก็อาจละเมิดสิทธิส่วนบุคคล และเสี่ยงต่อการถูกนำไปใช้ในทางที่ผิด เช่น การสร้างภาพปลอม (deepfake) หรือการใช้ในแคมเปญโฆษณาโดยไม่ได้รับความยินยอม
“การใช้ภาพของผู้อื่นโดยไม่ขออนุญาต แม้จะเป็นข้อมูลสาธารณะ ก็ยังคงเป็นการละเมิดจริยธรรมทางดิจิทัล” นักวิจัยด้านจริยธรรม AI จากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ระบุ “โดยเฉพาะเมื่อระบบสามารถสร้างภาพที่ดูสมจริงจนแยกไม่ออก ความเสี่ยงต่อการฉ้อโกงหรือการบิดเบือนความจริงจึงสูงมาก”
Meta ตอบสนองต่อกระแสวิพากษ์วิจารณ์ด้วยการประกาศหยุดให้บริการฟีเจอร์ดังกล่าวภายใน 72 ชั่วโมงหลังเปิดตัว และระบุว่าจะทบทวนแนวทางการพัฒนา AI ที่เกี่ยวข้องกับข้อมูลส่วนบุคคลอย่างละเอียด พร้อมย้ำว่า “ความยินยอมของผู้ใช้คือหัวใจสำคัญของทุกนวัตกรรม”
ทั้งนี้ ฟีเจอร์นี้ถือเป็นกรณีศึกษาสำคัญที่สะท้อนถึงความท้าทายที่ Meta และบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่ต้องเผชิญในการพัฒนา AI อย่างรวดเร็ว ขณะเดียวกันก็ต้องคำนึงถึงกรอบจริยธรรมและกฎหมายที่เข้มงวดมากขึ้นทั่วโลก โดยเฉพาะในยุคที่ข้อมูลส่วนบุคคลกลายเป็นทรัพยากรที่มีค่าและละเอียดอ่อน
การถอนฟีเจอร์นี้อาจเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของการทบทวนนโยบายด้าน AI ของ Meta ที่อาจนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างการอนุญาตและการใช้ข้อมูลในอนาคต
บทความที่เกี่ยวข้อง: