สหรัฐสอบสวน TSMC หลังพบชิป AI ที่ผลิตในไต้หวันอาจถูกส่งต่อให้ Huawei
ความวิตกเรื่องการละเมิดกฎควบคุมการส่งออกเร่งระอุ ขณะตลาดชิปเผชิญแรงกดดันหนัก
สหรัฐฯ ได้เริ่มการสอบสวนอย่างเป็นทางการบริษัท Taiwan Semiconductor Manufacturing Company (TSMC) หลังจากมีข้อมูลชี้ว่าชิปประมวลผลขั้นสูงสำหรับปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่ผลิตโดยบริษัทผู้นำด้านการผลิตชิปรายใหญ่ของโลก อาจถูกส่งต่อไปยังบริษัทเทคโนโลยีจีนอย่าง Huawei ซึ่งอยู่ภายใต้มาตรการจำกัดการส่งออกของสหรัฐฯ อย่างเข้มงวดมาตั้งแต่ปี 2019
เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นซ้ำรอยความขัดแย้งที่เคยเกิดขึ้นในปี 2024 เมื่อมีรายงานว่าชิป AI รุ่นล่าสุดจาก TSMC ที่ผลิตด้วยกระบวนการ 5 นาโนเมตร และ 3 นาโนเมตร อาจถูกเบี่ยงเบนไปยัง Huawei ผ่านช่องโหว่ในห่วงโซ่อุปทาน โดยเฉพาะผ่านบริษัทตัวแทนหรือผู้จัดจำหน่ายที่ไม่ได้อยู่ภายใต้การควบคุมโดยตรงของสหรัฐฯ
กระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯ ระบุว่า การสอบสวนมุ่งตรวจสอบว่า TSMC ปฏิบัติตามข้อกำหนดการควบคุมการส่งออก (export controls) อย่างเคร่งครัดเพียงใด โดยเฉพาะในเรื่องการตรวจสอบแหล่งที่มาและปลายทางของการส่งออกชิปขั้นสูง ซึ่งถือเป็นทรัพยากรสำคัญทางยุทธศาสตร์ในยุค AI
ความวิตกเรื่องการละเมิดกฎดังกล่าวส่งผลสะเทือนต่อตลาดหุ้นเทคโนโลยีอย่างรุนแรง โดยดัชนี Philly Semi Index ซึ่งสะท้อนภาวะตลาดชิปในสหรัฐฯ ได้เข้าสู่ภาวะ bear market หรือตลาดขาลงอย่างเป็นทางการ หลังดิ่งลงไปกว่า 20% จากจุดสูงสุดเมื่อไม่กี่เดือนก่อน นักวิเคราะห์มองว่าความไม่แน่นอนเรื่องนโยบายการค้าและการควบคุมเทคโนโลยีกำลังทำให้นักลงทุนระมัดระวังมากขึ้น
นอกจากนี้ ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ กับจีนในด้านเทคโนโลยียังคงรุนแรง โดยเฉพาะในห้วงเวลาที่ทั้งสองฝ่ายแข่งขันกันในการพัฒนา AI และชิปขั้นสูง ทำให้การสอบสวน TSMC กลายเป็นสัญญาณเตือนถึงความเสี่ยงที่บริษัทผู้ผลิตชิปรายใหญ่จะถูกดึงเข้าสู่สนามรบทางการเมือง
TSMC ยังไม่ได้ออกแถลงการณ์อย่างเป็นทางการ แต่แหล่งข่าววงในระบุว่าบริษัทกำลังร่วมมือกับหน่วยงานของสหรัฐฯ เพื่อให้ข้อมูลและตรวจสอบกระบวนการส่งออกทั้งหมด พร้อมย้ำว่ามีระบบควบคุมภายในที่เข้มงวด แต่ยอมรับว่า “ความซับซ้อนของห่วงโซ่อุปทานระดับโลก” อาจทำให้เกิดช่องโหว่ได้
หากพบว่า TSMC ละเมิดกฎควบคุมการส่งออกจริง บริษัทอาจต้องเผชิญบทลงโทษร้ายแรง ทั้งในด้านการเงินและสิทธิในการทำธุรกิจกับบริษัทสหรัฐฯ ซึ่งอาจกระทบต่อภาพลักษณ์และความเชื่อมั่นของนักลงทุนในระยะยาว
เหตุการณ์นี้ยังชี้ให้เห็นถึงความท้าทายที่เพิ่มขึ้นสำหรับบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ในยุคที่การแข่งขันด้านนวัตกรรมไม่เพียงแต่เป็นเรื่องทางเศรษฐกิจ แต่ยังกลายเป็นประเด็นทางยุทธศาสตร์ระดับชาติ
บทความที่เกี่ยวข้อง: